บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พฤติกรรมต่างๆของกระต่าย

กระต่ายเป็นสัตว์สังคม ซึ่งตามปกติพวกมันจะตื่นตัวในเวลาเช้าและค่ำ นี่คือเวลาที่ดีที่สุดที่จะเล่นกับกระต่ายและให้อาหาร และจะชอบนอนในเวลาบ่ายๆ

พฤติกรรมแย่งชิงความเป็นใหญ่มักจะเกิดในตัวผู้ นั่นอธิบายว่าทำไมเราถึงไม่ควรจะใส่ตัวผู้วัยฉกรรจ์สองตัว(ที่ยังไม่ได้ตอน) ไว้ด้วยกัน เพราะกระต่ายจะต่อสู่กันเพื่อขึ้นเป็นผู้นำ และตัวผู้มีแนวโน้มจะแสดงอาณาเขต(การสะบัดฉี่)




การขุด

ในธรรมชาติกระต่ายขุดดินเพื่อสร้างโพรง เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ต้องทำความเข้าใจว่าการขุดคือพฤติกรรมที่สำคัญ ลูกกระต่ายจะชอบขุดเล่นมากเป็นพิเศษ แต่เพราะมันเป็นเรื่องปกติ ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะต้องยอมให้เจ้ากระต่ายตัวน้อยขุดในทุกทีที่มันต้องการ

เพื่อนๆ ควรหาสถานที่หลายๆแบบให้กระต่ายขุด เช่น กล่องใส่เศษกล่องกระดาษ และเมื่อใดก็ตามที่เพื่อนๆจับได้ว่ากระต่ายขุดในที่ที่เพื่อนๆไม่ต้องการ ก็แค่ใช่คำที่เฉียบขาดและจับมันกลับไปในที่ที่เพื่อนๆเตรียมไว้เพื่อการขุด และเมื่อกระต่ายของเพื่อนๆขุดในที่ๆเตรียมไว้ อาจให้อาหารหรือขนมสำหรับกระต่ายหรือผลไม้ชิ้นเล็กๆเป็นรางวัล นี่คือหนึ่งในหลายๆสิ่งที่ต้องคอยดูอยู่เสมอและเป็นเรื่องยากในตอนแรก


การสื่อสาร

กระต่ายสามารถเป็นสัตว์ที่คุยสนุกได้(เชื่อสิ) แต่เคล็ดลับคือการเรียนรู้ที่จะเข้าใจว่ากระต่ายกำลังพยายามจะบอกอะไร เช่น คำรามเมื่ออยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียว ร้องเสียงแหลมเมื่อมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับมัน หรือเมื่อถูกจับหรือเจ็บปวดตัวผู้ที่ต้องการผสมพันธ์อาจทำเสียงรัวในลำคอ กระต่ายอาจขบฟันนั่นคือสัญญานของความเจ็บปวด

การเคาะเท้า

กระต่ายจะตีเท้าหลังกับพื้นเป็นสัญญานเตือนภัย กระต่ายยังอาจทำเสียงโดยการกระโดดขึ้นลงด้วย 2 ขาหลัง แต่ยังคงอยู่ในที่เดิม

ส่วนใหญ่กระต่ายของเพื่อนๆ จะเคาะเท้าเมื่อมีอาการเครียดหรือตื่นกลัว การเคาะเท้าอาจตามมาด้วยการทำร้าย หรือบางครั้งกระต่ายอาจเลือกเคาะเท้าเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เช่น ขออาหารอีก หรืออาจจะเคาะเท้าเพื่อให้เพื่อนๆ รู้ว่ามันไม่อยากให้คุณไล่มันกลับเข้าไปในกรง


การเคลื่อนไหวร่างกาย หู หรือหาง

นี่คืออีกวิธีที่กระต่ายใช่สื่อสาร ถ้ามันกำลังจะจู่โจมกระต่ายจะโกงตัวขึ้นและหางชี้และอาจลู่หูไปข้างหลังด้วย


การทำเครื่องหมาย

ถ้ากระต่ายของเพื่อนๆเป็นตัวผู้ เพื่อนๆอาจสังเกตเห็นมันถูคางไปทั่ว นั่นคือการทำเครื่องหมายบอกอาณาเขตอีกวิธีหนึ่ง


การเรียกร้องความสนใจ

กระต่ายบางตัวจะแสดงออกให้เห็นได้ชัดเจนมากว่า เมื่อไรที่กระต่ายต้องการความสนใจและเมื่อไหร่ที่ไม่ต้องการ ถ้ากระต่ายเอาจมูกมาดุนนั่นคือการเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่ง ถ้าข่วนพื้นด้วยเท้าหน้านั่นก็อาจเป็นอีกวิธีที่ใช่เรียกร้องความสนใจจากเพื่อนๆ และในขณะที่เพื่อนๆเล่นกับมันอยู่ การผลักมือเพื่อนๆออกนั้นคือกำลังอยากบอกคุณว่า “ขอบคุณนะ พอแล้ว หยุดเถอะ” และถ้ามันดิ้นรนขณะเพื่อนๆพยายามอุ้มล่ะก็ นั่นคือการบอกเพื่อนๆว่า เจ้ากระต่ายของเพื่อนๆอยากอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่า

บางครั้งการงับก็เป็นอีกวิธีที่เจ้ากระต่ายขุดขึ้นมาใช้ในการเรียกร้องความสนใจ การงับจะต่างจากการกัดด้วยความโกรธ การตอบสนองที่ดีคือให้ส่งเสียงร้อง เพื่อให้กระต่ายของเพื่อนๆรู้ว่ามันทำให้เจ็บ เชื่อหรือไม่ว่ากระต่ายไม่ได้ตั้งใจให้เพื่อนๆเจ็บ แต่มันแค่ต้องการความสนใจ บอกแล้วไงว่ากระต่ายน่ะเป็นสัตว์สังคม


ภาษาร่างกายอื่นๆ

- เมื่อกระต่ายของเพื่อนๆ เลียหรือดม นั่นหมายความว่ามันชอบเพื่อนๆแล้วล่ะ

- ถ้ากระต่ายเริ่มนั่งอยู่บนตะโพกอยู่ในกรงแล้วล่ะก็ นั่นแปลว่า มันอยากออกมาจากกรงเต็มที

- ถ้ากระต่ายอยู่นอกกรงและนั่งลง นั่นคือการเฝ้าระวัง อย่านะ....หนูระวังตัว

- เรื่องที่สำคัญคือต้องทำให้กระต่ายไว้ใจเพื่อนๆให้ได้ก่อน เช่น อย่าจับหรืออุ้มเมื่อเจ้ากระต่ายไม่ต้องการ

- การสร้างสัมพันธ์ เช่น การเกาเบาๆ รอบๆ ใบหู หรือถูคางของคุณกับหน้าของกระต่ายขณะที่กระต่ายอยู่ที่พื้น


ความก้าวร้าว

กระต่ายทุกตัวอาจก้าวร้าวได้ภายใต้สถานการณ์หนึ่ง เช่น หวาดกลัว มีกระต่ายน้อยตัวมากที่จะแสดงความก้าวราวโดยไม่มีสาเหตุ กระต่ายบางตัวอาจจะดื้นมากหรือแม้แต่กลัวได้ในตอนแรก การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอาจทำให้ยากที่จะรับมือได้ในเวลาที่กระต่ายก้าวร้าว การรับมือที่ดีที่สุดคือเพื่อนๆต้องใจเย็น

การที่นกเงือกมีพฤติกรรมรักเดียวใจเดียวนั้น คุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด

นกเงือกเป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่ว่ากันว่าซื่อสัตย์ต่อคู่รักของตนเองมากที่สุด
ถ้าตัวใดตัวหนึ่งหายไป ตัวที่เหลือจะฆ่าตัวตายตามไปด้วยนั้น
คุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดของพฤติกรรมแปลกประหลาดแบบนี้ครับ
ระหว่างเป็นเพราะธรรมชาติของนกประเภทนี้ที่หาคู่ยากในฤดูผสมพันธ์
หรือ อาจจะเป็นเพราะนกประเภทนี้ถือศีลข้อ 3
กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี (สิกฺขาปทํสมาทิยามิ)
เว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย อย่างเคร่งครัด
จึงมีพฤติกรรมผัวเดียวเมียเดียวไม่เจ้าชู้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จริงก็น่าจะให้นกเงือกนั้น
มาเป็นวิทยากรอบรมให้กับมนุษย์เจ้าชู้ทั้งหลายบ้างก็น่าจะเป็นผลดีไม่น้อย หรือเหตุผลอื่นๆครับ
4 ปี ผ่านไป

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

พฤติกรรมและภาษาผึ้ง


พฤติกรรมและภาษาผึ้ง


พฤติกรรม คือการแสดงออกในลักษณะท่าทางเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า ผึ้งเป็นแมลงสังคมที่มี พฤติกรรมแดงออกมากกว่าแมลงอื่นๆ พฤติกรรมเหล่านี้ได้แก่ ภาษาผึ้ง การผสมพันธุ์ การวางไข่ และการแยกรัง เป็นต้น
ภาษาผึ้ง เป็นภาษาใบ้ชนิดหนึ่งเป็นอาการที่แสดงออกของผึ้งเพื่อใช้บอกแหล่งอาหารใช้สมาชิกใน รังทราบและพากันบินไปหาอาหารนั้นทันทีภาษาผึ้งเป็นภาษาที่น่าสนใจและน่าแปลกประประหลาด
“อะไรกันผึ้งเป็นแมลงตัวเล็กๆ มีภาษาด้วยหรือ”  คำถามนี้ได้นำไปสู่การค้นพบโดย ศาสตร์ตราจารย์ คาร์ล ฟอนฟริช แห่งประเทศเยอรมันนี ผู้ได้เฝ้าดูผึ้งตัวน้อยๆ บอกภาษากันด้วยการเต้นรำโดยศึกษาเรื่องนี้อยู่นานถึง 40 ปี จึงสรุปและอธิบาย แง่มุมต่างๆ ของภาษาผึ้งได้อย่างละเอียด ผลงานของเขาได้รับรางวัลสูงสุด คือ รางวัลโนเบลในปี พ.ศ.2516
การเต้นรำบอกแหล่งอาหารของผึ้งมีอยู่ 2 แบบ คือ การเต้นรำแบบวงกลม
และการเต้นรำแบบส่ายท้อง การเต้นรำแบบวงกลม(round dance) ผึ้งงานที่กลับ มาจากสำรวจแหล่งอาหารในรัศมีไม่เกิน 100 เมตร จะบินกลับรังแล้วเต้นแบบวงกลม บนผนังของรวงรังในแนวตั้งฉากกับฐานรัง เพื่อบอกให้สมาชิกผึ้งงานด้วยกันทราบ ลักษณะของการเต้นแบบวงกลมนี้จะเต้นวนอยู่หลายรอบนาน   นาทีจึงหยุด และย้าย ไปเต้นในตำแหน่งต่างๆ บนผนังรวงรัง เพื่อบอกสมาชิดผึ้งงานตัวอื่นๆ ให้ทรายต่อไป ตลอดเวลาของการเต้นจะมีผึ้งงานประมาณ 5-10 ตัว ตอมรอบๆ ถ้ามีแหล่งอาหาร อุดมสมบูรณ์ ผึ้งที่สำรวจนี้จะเต้นรุนแรงและเร็วถ้าอาหารมีน้อยก็จะเต้นช้า และมักไม่ได้รับความสนใจจากสมาชิดผึ้งงานที่ล้อมดูอยู่รอบๆ ผึ้งงานที่ตอม ดูในขณะที่ผึ้งสำรวจเต้น จะดมกลิ่นและสังเกตลักษณะสีของแหล่งอาหาร ซึ่งได้จากเกสรและน้ำหวานที่ติดมากับผึ้งสำรวจนี้ด้วย การเต้นแบบวงกลมมิ ได้บอกทิศทางแต่อย่างใด เพราะระยะทางในรัศมี 100 เมตรนั้น เมื่อผึ้งงานที่ ตอมดูอยู่รอบๆ บินขึ้นดู ก็จะพบแหล่งอาหารที่อยู่ไม่ไกลนี้ได้ทันที
การเต้นแบบส่ายท้อง (tail wagging dance) ผึ้งงานสำรวจที่พบแหล่ง อาหารไกลกว่า 100 เมตร จะบินกลับรังและเริ่มเต้นแบบส่ายท้องบนผนังรวง ทันที ลักษณะการเต้นแบบนี้ ท้องจะส่ายไปมาโดยผึ้งจะวิ่งเป็นเส้นตรงขึ้นก่อน แล้วหมุนวนรอบซ้ายและขวารอบละครึ่งวงกลม ทำองศาบนเส้นแบ่งครึ่งวงกลม กับแนวดิ่งของฐานรังนี้เอง จะบอกทิศทางระหว่างแหล่งอาหาร ที่ตั้งของรังและ ดวงอาทิตย์ ผึ้งสำรวจจะเต้นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จำนวนรอบและระยะเวลาในการเต้น จะเป็นตัวกำหนดระยะทางของแหล่งอาหารกับที่ตั้งของรังผึ้ง ผึ้งสำรวจจะย้ายตำแหน่ง การเต้นไปยังที่ต่างๆ บนรวงรังให้สมาชิกภายในรังทราบมากที่สุดแล้วจะหยุดเต้น ผึ้งงานที่ตอมอยู่รอบๆ จะพากันบินไปสู่แหล่งอาหารนั้นทันที
ความรุนแรงของการเต้น เป็นสิ่งบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร จำนวนรอบของงการเต้นบอกระยะทางของแหล่งอาหารผึ้งงานจะสังเกตลักษณะของ กลิ้นและชนิดของดออกไม้ได้จากเกสรที่ติดมาบน ตัวผึ้งสำรวจเช่นเดียวกับการเต้นแบบวงกลม


วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

พฤติกรรม

พฤติกรรม หมายความถึง การแสดงและกิริยาท่าทางซึ่งสิ่งมีชีวิต ระบบหรืออัตลักษณ์ประดิษฐ์ ที่เกิดร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมระบบอื่นหรือสิ่งมีชีวิตโดยรวมเช่นเดียวกับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ พฤติกรรมเป็นการตอบสนองของระบบหรือสิ่งมีชีวิตต่อสิ่งเร้าหรือการรับเข้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอก มีสติหรือไม่มีสติระลึก ชัดเจนหรือแอบแฝง และโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ
ในมนุษย์ เชื่อกันว่าพฤติกรรมส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท และเป็นที่เชื่อกันทั่วไปว่า ความซับซ้อนในพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตสัมพันธ์กับความซับซ้อนของระบบประสาท ทั่วไปแล้ว สิ่งมีชีวิตที่มีระบบประสาทซับซ้อนกว่ามีความสามารถสูงกว่าในการเรียนรู้การตอบสนองใหม่ ๆ และดังนั้น จึงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
พฤติกรรมมีทั้งที่มีมาแต่กำเนิดหรือเกิดจากการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม การวิจัยปัจจุบันในโครงการจุลินทรีย์มนุษย์ (Human Microbiome Project) ชี้ความเป็นไปได้ที่ว่า พฤติกรรมมนุษย์อาจถูกควบคุมโดยองค์ประกอบของประชากรจุลินทรีย์ภายในร่างกายมนุษย์[1]
พฤติกรรมสามารถถือได้ว่าเป็นการแสดงออกของสิ่งมีชีวิตซึ่งเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว พฤติกรรมนำสัญญาณออกจากสิ่งมีชีวิตสู่สิ่งแวดล้อม[2]
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1


พฤติกรรมมนุษย์ และพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตอื่นและกลไก สามารถเป็นได้ทั้งที่พบได้ทั่วไป ผิดปกติ ยอมรับได้ หรือยอมรับไม่ได้ มนุษย์ประเมินการยอมรับได้ของพฤติกรรมโดยใช้บรรทัดฐานทางสังคมและควบคุมพฤติกรรมด้วยวิธีการควบคุมทางสังคม ในทางสังคมวิทยา พฤติกรรมถูกมองว่าไม่มีความหมาย คือ การไม่ถูกชี้นำโดยบุคคลอื่นและดังนั้นจึงเป็นการแสดงออกที่พื้นฐานที่สุดของมนุษย์ แม้ว่าพฤติกรรมสามารถมีส่วนในการวินิจฉัยความผิดปกติ อาทิ กลุ่มอาการออทิซึม (autism spectrum disorders) พฤติกรรมสัตว์ได้รับการศึกษาในจิตวิทยา พฤติกรรมวิทยา นิเวศวิทยาพฤติกรรม และชีวสังคมวิทยาเปรียบเทียบ ตามค่านิยมทางจริยธรรม พฤติกรรมมนุษย์ยังอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมทั่วไป ผิดปกติ ที่ยอมรับได้หรือยอมรับไม่ได้ของผู้อื่น
พฤติกรรมกลายมาเป็นแนวคิดที่สำคัญในจิตวิทยาคริสต์ศตวรรษที่ 20 ด้วยการปรากฏขึ้นของกระบวนทัศน์ ที่ในภายหลังรู้จักกันในชื่อ "พฤติกรรมนิยม" (behaviorism) พฤติกรรมนิยมเป็นปฏิกิริยาต่อต้านจิตวิทยาที่ว่าด้วยองค์ประกอบของจิต (faculty psychology) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อมองลึกเข้าไปในจิตใจหรือทำความเข้าใจจิตใจโดยปราศจากประโยชน์ของการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมนิยมตั้งมั่นในการทำงานเฉพาะแต่กับสิ่งที่มองเห็นหรือจับต้องได้ และในมุมมองแรกเริ่มของจอห์น บี. วัตสัน ผู้ก่อตั้งสาขาวิชาดังกล่าว ไม่มีสิ่งใดจะอนุมานได้ในเรื่องธรรมชาติของอัตลักษณ์ที่เป็นก่อให้เกิดพฤติกรรมนั้น การเปลี่ยนแปลงมุมมองของวัตสันต่อมาและ "การวางเงื่อนไขแบบดั้งเดิม" นำไปสู่การเป็นที่นิยมของการวางเงื่อนไขของผลของการกระทำ (operant conditioning) หรือ "พฤติกรรมนิยมสุดขั้ว" (radical behaviorism)

http://www.google.com.

พฤติกรรมสัตว์

พฤติกรรม หมายความถึง การแสดงและกิริยาท่าทางซึ่งสิ่งมีชีวิต ระบบหรืออัตลักษณ์ประดิษฐ์ ที่เกิดร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมระบบอื่นหรือสิ่งมีชีวิตโดยรวมเช่นเดียวกับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ พฤติกรรมเป็นการตอบสนองของระบบหรือสิ่งมีชีวิตต่อสิ่งเร้าหรือการรับเข้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอก มีสติหรือไม่มีสติระลึก ชัดเจนหรือแอบแฝง และโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ

ในมนุษย์ เชื่อกันว่าพฤติกรรมส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท และเป็นที่เชื่อกันทั่วไปว่า ความซับซ้อนในพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตสัมพันธ์กับความซับซ้อนของระบบประสาท ทั่วไปแล้ว สิ่งมีชีวิตที่มีระบบประสาทซับซ้อนกว่ามีความสามารถสูงกว่าในการเรียนรู้การตอบสนองใหม่ ๆ และดังนั้น จึงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
พฤติกรรมมีทั้งที่มีมาแต่กำเนิดหรือเกิดจากการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม การวิจัยปัจจุบันในโครงการจุลินทรีย์มนุษย์ (Human Microbiome Project) ชี้ความเป็นไปได้ที่ว่า พฤติกรรมมนุษย์อาจถูกควบคุมโดยองค์ประกอบของประชากรจุลินทรีย์ภายในร่างกายมนุษย์[1]
พฤติกรรมสามารถถือได้ว่าเป็นการแสดงออกของสิ่งมีชีวิตซึ่งเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว พฤติกรรมนำสัญญาณออกจากสิ่งมีชีวิตสู่สิ่งแวดล้อม

http://youtu.be/SCVz1QirzOM